๓. นิฏฺฐงฺคตสุตฺตํ
๖๓. ‘‘เย เกจิ, ภิกฺขเว, มยิ นิฏฺฐํ คตา สพฺเพ เต ทิฏฺฐิสมฺปนฺนา. เตสํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ ปญฺจนฺนํ อิธ นิฏฺฐา, ปญฺจนฺนํ อิธ วิหาย นิฏฺฐา. กตเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ นิฏฺฐา? สตฺตกฺขตฺตุปรมสฺส, โกลํโกลสฺส, เอกพีชิสฺส, สกทาคามิสฺส, โย จ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อรหา – อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ นิฏฺฐา. กตเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ วิหาย นิฏฺฐา? อนฺตราปรินิพฺพายิสฺส, อุปหจฺจปรินิพฺพายิสฺส, อสงฺขารปรินิพฺพายิสฺส, สสงฺขารปรินิพฺพายิสฺส, อุทฺธํโสตสฺส อกนิฏฺฐคามิโน – อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ วิหาย นิฏฺฐา. เย เกจิ, ภิกฺขเว, มยิ นิฏฺฐํ คตา, สพฺเพ เต ทิฏฺฐิสมฺปนฺนา. เตสํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ นิฏฺฐา, อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อิธ วิหาย นิฏฺฐา’’ติ. ตติยํ.