๙. สนฺตวิโมกฺขสุตฺตํ
๙. ‘‘สทฺโธ จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โหติ, โน จ สีลวา…เป… สีลวา จ, โน จ พหุสฺสุโต… พหุสฺสุโต จ, โน จ ธมฺมกถิโก… ธมฺมกถิโก จ, โน จ ปริสาวจโร… ปริสาวจโร จ, โน จ วิสารโท ปริสาย ธมฺมํ เทเสติ… วิสารโท จ ปริสาย ธมฺมํ เทเสติ, โน จ วินยธโร… วินยธโร จ, โน จ อารญฺญิโก ปนฺตเสนาสโน… อารญฺญิโก จ ปนฺตเสนาสโน, โน จ เย เต สนฺตา วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป อารุปฺปา เต กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ… เย เต สนฺตา วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป อารุปฺปา เต จ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, โน จ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวํ โส เตนงฺเคน อปริปูโร โหติ. เตน ตํ องฺคํ ปริปูเรตพฺพํ – ‘กินฺตาหํ สทฺโธ จ อสฺสํ, สีลวา จ, พหุสฺสุโต จ, ธมฺมกถิโก จ, ปริสาวจโร จ, วิสารโท จ ปริสาย ธมฺมํ เทเสยฺยํ, วินยธโร จ, อารญฺญิโก จ ปนฺตเสนาสโน, เย เต สนฺตา วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป อารุปฺปา เต จ กาเยน ผุสิตฺวา วิหเรยฺยํ, อาสวานญฺจ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย’นฺติ.
‘‘ยโต จ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ, สีลวา จ, พหุสฺสุโต จ, ธมฺมกถิโก จ, ปริสาวจโร จ, วิสารโท จ ปริสาย ธมฺมํ เทเสติ, วินยธโร จ, อารญฺญิโก จ ปนฺตเสนาสโน, เย เต สนฺตา วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป อารุปฺปา เต จ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, อาสวานญฺจ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ; เอวํ โส เตนงฺเคน ปริปูโร โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สมนฺตปาสาทิโก จ โหติ สพฺพาการปริปูโร จา’’ติ. นวมํ.